ภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อน หลายคนเคยได้ยินมากมายตามเว็บไซต์หรือสื่อโฆษณาต่างๆ ทั้งมีการออกวิธีการช่วยรณรงค์ลดโลกร้อน  แต่ทุกวันนี้เราเข้าใจถึงใจความจริงหรือไม่ ว่า ทำไมถึงมีคนมาช่วยกล่าว “รณรงค์”

 

สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ถือ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญเป็นอย่างมาก สำหรับมนุษย์อย่างเราแล้วจะใช้ชีวิตพึ่งพาอาศัยกับเหล่าสิ่งแวดล้อมธรมชาติ ตั้งแต่บรรพบุรุษของคนเรานั้นได้มีการใช้ชีวิตเริ่มแรก น้ำ อากาศ ดิน หินทราย ต่างๆนานาชนิด ไม่ว่าอากาศที่เราหายใจทุกวันนี้ล้วนได้ซึ่งจากธรรมชาติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้มีอัตราการขยายทรัพยากรของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วขึ้นเช่นกัน ทำให้เกิดการพัฒนาใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น เช่น การน้ำมันดิบจากทะเลใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิง พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการเผาถ่านหิน การทำกระดาษ เครื่องนุ่งห่ม ที่ต้องตัดต้นไม้และรวมไปถึงการล่าสัตว์น้ำและบก หรือครึ่งบกครึ่งน้ำ ทำให้สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาตินั้นลดลงอย่างรวดเร็ว

 

โดยเฉพาะพลังงานจากฟอลซิล อาทิ น้ำมันและถ่านหิน ที่มีการใช่อย่างไม่จำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของเศรษฐกิจโลกในด้านต่างๆ เช่น ด้านอุตสหกรรม ด้านการขนส่งคมนาคม ด้วยเหตุผลนี้  จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการปล่อยสารพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก อย่างเพิ่มขึ้นมากหลายเท่า

ซึ่งที่เรียกว่า “ก๊าซเรือนกระจก” นั้นเองหรือ “Greenhouse gasses” ในปัจจุบันก็เพิ่มกำลังการผลิตที่มากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทวีคูณความเสียหายมากขึ้น ถ้าเกิดมีก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะคล้ายๆกับผ้าห่มหนาๆที่คลุมโลก จึงทำให้โลกมีอุณภูมิที่สูงขึ้น ตามเพราะผ้าห่มหนาๆนี้จะเป็นตัวดักจับความร้อนจากดวงอาทิตย์

ในปัจุบันสภาพสิ่งแวดล้อม นับเป็นปัญหาที่ร้ายแรงอันดับต้นๆของโลก เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “ภาวะโลกร้อน หรือ Global warming”  นับวันภาวะโลกร้อนจะกลายเป็นประเด็นที่สำคัญมากขึ้น เนื่องจากมีหลายประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ตระหนักถึงภัยอันตรายต่อมวลมนุษย์ ซึ่งได้หาทางออกให้ปัญหานี้เบาบางลงรวมถึงวิธีการปรับตัวเข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจะเห็นว่ามีการร่วมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

(United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC )  และพิธีสารเกียวโต(Kyoto Protocol) ซึ่งประเทศไทยเราเองได้เข้าร่วมในการให้สัตยาบัน ถึงแม้จะไม่มีผลบังคับในประเทศไทย เพราะไทยเรายังเป็นกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาอยู่ จึงไม่มีพันธกิจในการตั้งเป้าหมายเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง

“นิยามคำว่าภาวะโลกร้อน”

นั้นตามสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน (2550:51)ได้ให้ความหมายไว้ว่า อุณหภูมิที่เฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเรือนกระจก หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “Greenhouse Effect” ซึ่งมีสาเหตุมาจาก มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการเผาไหม้เชื่อเพลิงต่างๆทั้งในเรื่องขนส่งและการผลิตในโรงงานอุตสหกรรม  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate warming)มีผลทำให้อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้น ไม่เกิดระยะสั้นๆ แต่จะสะสมไปเรื่อยซึ่ง หมายถึงการส่งในระยะที่ยาว เมื่อแสงอาทิตย์ส่งตกกระทบถึงโลกจะทำการสูญเสียพลังงานความร้อนมายังโลกส่วนหนึ่ง แต่เนื่องจากเกิดมีก๊าซเรือนกระจก

 

“ความร้อนอยู่กับโลกทำให้โลกเกิดความร้อน”

นอกจากนี้ยังมีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านกล่าวถึงความหมายของ “ภาวะโลกร้อน” อีกมากมายแต่อย่างไรก็ตามภาวะโลกร้อนเป็นภาวะที่ร้อนอบอ้าวของอากาศ อันเนื่องมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนในชั้นบรรยากาศที่มีปริมาณความเข้มของก๊าซเรือนกระจกเพิ่มซึ่งก๊าซคาร์ไดออกไซด์จัดได้ว่าเป็นก๊าซชนิดหนึ่งที่สำคัญ ในก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วคือการเผาไหม้พลังงานเชื้อเพลิง ถ่านหิน และการตัดต้นไม้ เพราะว่าการตัดต้นไม้ทำให้โลกของเราไม่มีตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ดังนั้นจะเกิดการค้างปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของโลก จากการสืบค้นในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เวลา 09.45 น. ได้ระบุว่าองค์การสหประชาชาติได้ประมาณการอุณหภูมิของโลกได้ว่าจะสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 2-4 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 20-50 เซนติเมตรในเวลาอีก 20-50 ปีนับจากนี้

Posted on November 10, 2016 in BlogSolarcell

Back to Top