อุ๊ยตายแล้ว!!แตกคร้าแตกทำไงดี! หลอดไฟสปอร์ตไลท์โซล่าเซลล์แตก?

จะทำอย่างไรเมื่อหลอดไฟสปอร์ตไลท์โซล่าเซลล์(ไฟสนามโซล่าเซลล์)แตก? ปัจจุบันหลอดไฟในสปอร์ตไลท์โซล่าเซลล์จะนิยมใช้เป็นหลอดไฟชนิด LED เนื่องจากหลอดไฟ LED มีกำลังไฟที่สามารถส่องสว่างได้มาก แต่ใช้ไฟฟ้าน้อยลง ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากกว่า มีความทนทานสูงสามารถใช้ได้ยาวนาน  ซึ่งไฟสปอร์ตไลท์ LED สามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เช่น สปอร์ตไลท์สนาม สปอร์ไลท์ส่องอาคาร หรือสปอร์ตไลท์ภายในบ้าน เป็นต้น

 

สปอร์ตไลท์โซล่าเซลล์(ไฟสนามโซล่าเซลล์) เป็นไฟสปอร์ตไลท์ชนิดหนึ่งที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เป็นที่สนใจอยู่ในขณะนี้ ซึ่งใช้หลอดไฟชนิด LED  เช่นเดียวกับสปอร์ตไลท์ทั่วไป ผู้ใช้งานอาจจะรู้เพียงแค่วิธีทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์ หรือตัวโคมไฟเท่านั้น แต่อาจไม่รู้ถึงอันตรายจากสารภายในหลอดไฟถ้าเกิดเหตุการณ์หลอดไฟ LED แตก รวมถึงวิธีจัดการอย่างปลอดภัยด้วย ดังนั้นเราจึงมีข้อมูลสารภายในหลอดไฟ LED และวิธีจัดการเมื่อหลอดไฟ LED แตกมาแนะนำท่านผู้ใช้งานดังนี้

สารเคมีที่อยู่ในหลอดไฟ LED และผลกระทบต่อร่างกาย

  1. สารก่อมะเร็ง มีหลายประเภท เมื่อได้รับเข้าไปปริมาณมากและเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการสะสมและเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง ได้แก่
  • ฟีนอล มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หากได้รับสารนี้เป็นเวลานานจะมีอาการ ท้องร่วง เบื่ออาหาร ตับวาย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
  • แนฟทาลีน มีกลิ่นฉุน สามารถระเหิดได้ หากสูดดมเข้าไปมากๆ จะเกิดอาการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ ดวงตา และผิวหนัง
  • สไตรีน หากได้รับเข้าไปปริมาณมาก อาจทำให้ชักและเสียชีวิตได้
  1. รังสี UV ซึ่งมีสองชนิดคือ รังสี UVB และ UVC เป็นอันตรายต่อผิวหนัง สายตา รบกวนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากได้รับปริมาณมากอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้
  2. สารปรอท ซึ่งมีผลร้ายแรงมากต่อระบบประสาท ซึ่งจะเข้าไปทำลายสมอง ระบบประสาท ตับ ไต หลอดเลือดหัวใจ และระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้มีอาการปวดหัว ตัวสั่น นอนไม่หลับ และความจำเสื่อมได้

สารเคมีเหล่านี้จะบรรจุอยู่ภายในหลอดไฟ LED ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์หลอดไฟ LED แตก สารพิษเหล่านี้จะรั่วไหลออกมา และปะปนอยู่ในอากาศ ผู้ใช้งานจึงควรจะทราบวิธีป้องกันและวิธีแก้ปัญหา ดังนี้

 

วิธีจัดการเมื่อเกิดเหตุการณ์หลอดไฟ LED แตก

 

กรณีติดตั้งภายในอาคาร

หากเกิดหลอดไฟ LED แตก สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ  ควรรีบออกจากพื้นที่นั้น ปิดเครื่องปรับอากาศ เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที หลังจากนั้นใช้กระดาษโกยเศษแก้วอย่างระมัดระวัง เก็บเศษผงด้วยเทปกาวให้สะอาด จากนั้นนำไปทิ้งในถังขยะอันตรายอย่าทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป แล้วก็เปิดประตูและหน้าต่างทิ้งไว้อีก 3-4 ชั่วโมง

 

กรณีติดตั้งภายนอกอาคาร ให้รีบเก็บกวาดเพื่อไม่ให้สารเคมีกระจายไปทั่ว

สิ่งสำคัญในการเก็บกวาด คือ ห้ามใช้เครื่องดูดฝุ่นเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารพิษกระจายไปที่อื่นได้ และห้ามหยิบเศษหลอดไฟด้วยมือเปล่าเพราะจะทำให้สารพิษเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายจะเห็นได้ว่าสารเคมีในหลอดไฟ LED นั้นอันตรายต่อร่างกายเราอย่างมาก ดังนั้นจึงควรระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเราก็สามารถป้องกันและจัดการกับปัญหานี้ได้ถ้าเราทราบวิธีจัดการแล้ว

Posted on December 7, 2016 in BlogSolarcell

Back to Top